การเดินทางของที่นี่ถือว่าสะดวกสุดๆครับ เพราะตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางเข้าเมืองซึ่งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนต่างๆได้อีกหลายเส้น รวมถึงโครงการอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีสายหยุด ทำให้การเดินทางง่ายขึ้นไปอีก หรือหากต้องการเดินทางด้วยทางด่วนก็ยังใกล้กับทางพิเศษฉลองรัชและทางยกระดับอุตราภิมุขอีกด้วย
เราเข้าไปเยี่ยมชมโครงการ The Base สะพานใหม่กันเลยดีกว่าครับ
เมื่อเข้ามาในโครงการเราจะสัมผัสได้ถึงพื้นที่สีเขียวภายในโครงการที่มีเยอะมากครับ ซึ่งจะมีหลายจุดทั้งรอบๆโครงการ ในตัวโครงการ รวมถึงดาดฟ้าของโครงการ
บริเวณกำแพงรอบโครงการก็ได้มีการปลูกต้นไม้ไว้ให้
เดินเรื่อยๆมาถึงด้านหลังโครงการจะมีสวนขนวดใหญ่ที่มีต้นไม้ค่อนข้างเยอะ ให้ความรู้สึกถึงได้เดินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆครับ
สวน Sansiri Backyard สำหรับเดินเล่นพักผ่อน หรือจะมาถ่ายรูปเล่นก็ได้ครับ
นอกจากต้นไม้แล้ว ที่นี่เค้ายังปลูกผักสวนครัวด้วยครับ ซึ่งผักเหล่านี้ทางโครงการจะจัดเตรียมให้ลูกบ้านสามารถนำไปรับประทานได้ด้วยครับ
ที่นี่เค้ายังมีการจัด Club House มาให้ด้วยครับ ซึ่งสามารถใช้เป็นที่นั่งประชุม ทำงาน หรือจะมานั่งพักผ่อน หรือรอเพื่อนก็ได้ ซึ่งที่นี่เปิดให้ใช้งาน 24 ชั่วโมง
ในตัว Club House จะมีทั้งหมด 2 ชั้นครับ ซึ่งทั้ง 2 ชั้นจะมีที่นั่งแบบต่างๆให้เลือกนั่งได้ตามชอบ
ชั้น 2 ของ Club House
Club House ที่นี่มีลิฟต์ด้วยครับ
เราไปดูที่อาหารหลักของโครงการกันครับ โดยก่อนจะเข้าไปยังมีอีกห้องนึง นั้นคือ Smart Locker ครับ ซึ่งใช้ในการรับส่งพัสดุในกรณีต่างๆ เช่น สำหรับให้ลูกบ้านฝากของหรือรับของในกรณีที่ไม่สามารถรับของในเวลาทำงานของนิติบุคคลได้ หรือฝากของให้กับเพื่อนในกรณีที่เราไม่สามารถส่งของได้ด้วยตัวเอง หรือจะเป็นจุดรับส่งสำหรับ food delivery ก็ได้

เราเข้าไปดูในตัวโครงการกันดีกว่าครับ โครงการที่นี่จะมี 1 อาคาร แต่แยกออกเป็น 2 Tower โดยเมื่อเข้ามาในตัวอาคารแล้วจะพบกับ Lobby ที่กว้าง ดูหรูหรา พื้นที่ภายในจะยกระดับฝ้าเพดานขึ้นเป็นแบบ Double Volume ทำให้พื้นที่ภายในจะโล่ง แถมด้านข้างยังเปิดแนวกระจกสูงและยาวตลอดแนว มีที่นั่งให้พักผ่อนค่อนข้างเยอะ
ถัดไปจาก Lobby จะเห็นบันใดที่จะเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางชั้น 2 และโซนห้องพักครับ
ที่ชั้น 2 จะเป็นส่วนของห้องพักชั้นแรก ซึ่งจุดเด่นของโซนนี้คือห้องพักอาศัยจะได้โถงทางเดินที่กว้างและมีพื้นที่ตรงกลางเป็นพื้นที่ใช้งาน และได้แสงธรรมชาติตลอดทั้งวันด้วย
การออกแบบภายในของโซนนี้ทำได้สวยงาม มีการตกแต่งด้วยต้นไม้ต่างๆ สลับกับที่นั่งทั้งในรูปแบบของเก้าอี้และหิน รวมถึงมีการตกแต่งด้วยผนังกระจก และมีแสงธรรมชาติส่องลงมาจากด้านบน ให้บรรยากาศผ่อนคลาย
เราขึ้นมาดูชั้น Rooftop กันต่อเลยครับ Rooftop ที่นี่ได้จัดเป็นสวนลอยฟ้าและสระว่ายน้ำที่อลังการมากครับ โดย Landmark ของชั้นนี้คือ Spiral Bridge ที่เชื่อมระหว่าง 2 Tower เข้าด้วยกัน
มี Jogging Track ให้วิ่งออกกำลังกาย ท่ามกลางสวนลอยฟ้านี้ด้วยครับ
มีสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กด้วย
มุมนั่งเล่นในสวนลอยฟ้านี้ก็มีหลายจุดครับ
ด้วยการที่เป็นคอนโด High Rise 14 ชั้นเลยทำให้มองเห็นวิวเมืองได้ไกลและสวยมากครับ มุมนี้มองไปทางสะพานใหม่
มองเห็นสนามบินดอนเมืองด้วยครับ
อีกฝั่งนึงของ Rooftop จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำ ซึ่งเขาจะจัดมาในสไตล์รีสอร์ท มีต้นไม้ตามจุดต่างๆช่วยให้ดูร่มรื่น


สระที่นี่ยาวถึง 34 เมตร สามารถว่ายออกกำลังกายได้จริงครับ
มีสระเด็กด้วยครับ

ที่ชั้นดาดฟ้าจะมีแผงโซล่าเซลล์ด้วย ซึ่งจะเอาไฟส่วนนี้ไปใช้สำหรับพื้นที่ส่วนกลางครับ
มาดูยิมของที่นี่กันครับ ยิมที่นี่จะอยู่ชั้น 14 ทำให้เห็นวิวแบบ Panorama มีเครื่องออกกำลังกายหลากหลาย ตกแต่งด้วยกระจกทำให้เห็นวิวโดยรอบ
มีห้อง Steam ให้ด้วย สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 4-6 คนเลย
เรามาดูห้องพักกันบ้างครับ สำหรับโครงการนี้จะขายแบบ Fully Furnished สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะมาดูกันวันนี้เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 27.75-28.25 ตร.ม. เป็นห้องคล้ายๆห้อง Studio แต่กั้นส่วนครัวปิดหน้าห้องไว้ให้ สามารถทำอาหารได้ นอกจากนั้นยังมีระเบียงที่กว้างและยาว
ที่นี่ประตูระเบียงค่อนข้างใหญ่ ห้องนอนจึงได้รับแสงธรรมชาติเยอะ ทำให้ดูโปร่ง สบายไม่อึดอัด

ระเบียงห้องกว้างมากสามารถปลูกต้นไม้ไว้หลังห้องได้ครับ

12 พฤศจิกายน 2563 12:57 น.
ไม่มีหมวดหมู่